ลูกมีไข้ คือปัญหาใหญ่ พบได้บ่อย ไม่ว่าลูกมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ ลูกมีไข้ต่ําๆ เป็น ๆ หาย ๆ หรือว่า ลูกมีไข้ตอนกลางคืน แต่ตอนกลางวันปกติก็ตาม นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร หากลูกน้อยตื่นขึ้นมาร้องไห้งอแงกลางดึก หน้าแดงและตัวร้อน บางคนอาจรีบให้กินยาลดไข้ทันที แต่เรามี 5 วิธีมาช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้ทันท่วงที

รู้ได้ยังไงว่าลูกมีไข้

โดยทั่วไปอุณหภูมิของร่างกายจะต่ำกว่าเมื่อตื่นนอน และจะสูงขึ้นในช่วงบ่ายและเย็น โดยอุณหภูมิปกติของคนเราจะอยู่ที่ประมาณ 98.6°F หรือ 37°C ในเด็กทารก หากอุณหภูมิสูงเกิน 99°F หรือ 37.2°C จะเริ่มถือว่ามีไข้ต่ำๆ 

สำหรับทารกแรกเกิด – อายุ 3 เดือน ควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้

สำหรับทารกอายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไปที่มีไข้ต่ำๆ สามารถรักษาที่บ้านได้ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม หากไม่มีอาการอื่นๆ แต่ถ้าไข้ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลดลงเลย หรือไข้สูงมากควรพบแพทย์ทันที

ลูกมีไข้, ลดไข้เด็ก, ยา ลดไข้เด็ก

วิธีวัดไข้ให้ถูกต้อง

ให้วัดไข้แบบเดียวกันทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ค่าที่ได้คาดเคลื่อน โดยการวัดไข้แบบต่างๆ ก็ไม่ได้เหมาะสมกับเด็กทุกวัย 

  • วัดไข้ทางทวารหนัก (ที่ก้นทารก) แม่นยำที่สุด
  • วัดไข้ที่หน้าผาก เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดรองลง
  • การวัดทางปากให้รอ 30 นาทีหลังจากดื่มน้ำร้อนหรือเย็น 
  • การวัดทางหู ให้รอประมาณ 15 นาที 
  • สุดท้ายวัดอุณหภูมิรักแร้อีกรอบ

อายุเท่าไหร่ วัดไข้ยังไง

  • เด็กต่ำกว่า 3 เดือน ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางทวารหนักหรือหน้าผา
  • 4 เดือนขึ้นไป ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก หน้าผาก หรือรักแร้
  • มากกว่า 6 เดือน ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก หู หน้าผาก หรือรักแร้
  • อายุ 4 ปีขึ้นไป ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทาปาก หู หน้าผาก หรือรักแร้
ลูกมีไข้, ลดไข้เด็ก, ยา ลดไข้เด็ก

วิธีลดไข้เด็ก

1. เปลี่ยนเสื้อผ้า

หากใส่เสื้อผ้าให้ลูกหนาหน่อย ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าของลูกให้เป็นเนื้อผ้าที่บางเบาและถ่ายเทอากาศได้มากขึ้น เนื่องจากเนื้อผ้าที่หนาอาจจะทำให้ร่างกายถ่ายเทความร้อนออกมาได้ไม่ดี ตลอดระยะเวลาที่ลูกมีไข้เรื่องเนื้อผ้าจึงค่อนข้างสำคัญมาก

2. ปรับแอร์

แม้ว่าเด็กทารกจะหนาวง่ายเพราะผิวบอบบางกว่าผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะขี้หนาว อุณหภูมิในห้องที่สูงเกินไป ก็ทำให้เจ้าตัวเล็กมีอุณหภูมิร่างกายร้อนเกินไปได้เช่นกัน ปรับแอร์ให้เย็นขึ้นหน่อยเพื่อคลายร้อน แต่หากไม่ได้เปิดแอร์ก็อาจใช้พัดลมอีกตัวช่วยก็ได้ แต่ไม่ควรเปิดแบบจ่อ ให้เปิดพัดลมแบบส่ายแทน

หากลูกไข้ขึ้นสูงก่อนการเช็ดตัวอาจจะปิดแอร์ก่อน และเปิดพัดลมแค่เพียงเบาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกรู้สึกหนาวเกินไปในขณะที่เช็ดตัว

3. อาบหรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น

อีกวิธีที่ลดอุณหภูมิของร่างกายที่ได้ผลเร็วที่สุดคือ การเช็ดตัว เพียงชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น เช็ดตัวลูกโดยเช็ดไปในทิศทางย้อนเส้นขนเข้าหาหัวใจ เช่น เช็ดจากข้อมือเข้าหารักแร้ เช็ดจากข้อเท้าเข้าหาต้นขา เพื่อให้ความร้อนที่อยู่ภายในร่างกายนั้นถ่ายเทออกมา เป็นวิธีการเปิดรูขุมขนให้ความร้อนระบายออกทั่วทั้งร่างกาย ระวังอย่าให้น้ำเย็นเกินไปหรือร้อนเกินไป อุณหภูมิโดยประมาณอาจอยู่ที่ 27-37 องศาเซลเซียส

การเช็ดตัวลูกโดยใช้ผ้าขนหนูครั้งละ 2-4 แผ่น โดยเช็ดตัวเน้นไปที่ซอกหรือข้อพับต่างๆ ที่เป็นบริเวณสะสมความร้อน อาจพักไว้นาน 2-3 นาที เพื่อถ่ายเทความร้อน และเช็ดตัวให้ทั่วทั้งตัว ในการเช็ดตัวแต่ละรอบ อาจจะเช็ดตัวจนตัวลูกเย็นลงอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที ต่อครั้ง จากนั้นให้วัดไข้ซ้ำอีกครั้งเมื่อผ่านไปประมาณ 30 นาที

4. อย่าให้ขาดน้ำ 

ภาวะขาดน้ำอาจเป็นอาการแทรกซ้อนของไข้ หากลูกยังไม่หย่านมให้เข้าเต้าบ่อยขึ้นกว่าเดิม สังเกตว่าผ้าอ้อมเปียก มีน้ำตาเวลาร้องไห้ และปากชุ่มชื่นไม่แห้งแตก แต่หากลูกถึงวัยหย่านมแล้ว ก็ให้จิบน้ำอุณหภูมิห้องบ่อยๆ ให้ปัสสาวะที่ออกมามีสีใสมากเท่าไหร่ยิ่งดี อย่าปล่อยให้สีปัสสาวะเหลืองเข้ม เพราะนั่นหมายความว่าลูกอาจขาดน้ำได้

5. ประคบเย็น 

เด็กๆ อาจจะมีอาการปวดหัว ไม่สบายตัวร่วมด้วยจากอาการไข้ขึ้น วิธีประคบเย็นนอกจากจะช่วยลดความร้อนจากร่างกายได้รวดเร็วแล้ว ยังสามารถช่วยให้ลูกน้อยสบายตัว หายปวดหัวได้อีกด้วย 

วิธีประคบร้อน-เย็น

วิธีประคบร้อน-เย็น

ข้อดีของการประคบร้อน-เย็น

ทำไมเจ้าตัวเล็กต้องประคบเย็น

  • การบำบัดด้วยความเย็นหรือประคบเย็นมักใช้กับอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น เคล็ด ฟกช้ำ หรือบวม
  • บรรเทาอาการไม่สบายตัวจากการมีไข้ เพียงนำไปประคบบริเวณใบหน้าและหน้าอก
  • บรรเทาอาการคันและบวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • บรรเทาการอักเสบ ถลอก บวม ช้ำ ปวดตามบริเวณต่างๆ
  • ปลอบประโลมผิวหลังตากแดดหรือผิวไหม้แดด
  • ประคบครั้งละ 2-5 นาที

ทำไมเจ้าตัวเล็กต้องประคบร้อน

  • การบำบัดด้วยความร้อนหรือประคบร้อน มักใช้เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ใช้กับการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อตึงหรือเจ็บ ปวดข้อ
  • บรรเทาอาการปวดท้องจากการมีแก๊ซในท้อง
  • บรรเทาอาการท้องผูก
  • บรรเทาอาการโคลิค
  • ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

ลูกมีไข้ เมื่อไหร่ที่ควรพาไปพบแพทย์

  • อายุต่ำกว่า 3 เดือนและไข้สูงกว่า 38°C
  • อายุมากกว่า 3 เดือนและไข้สูงกว่า 40°C หรือ สูงกว่า 38.9°C แต่ไข้ไม่ลดลงหรือไข้ขึ้นนานกว่า 2 วัน
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีภาวะขาดน้ำ (ไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะสีเข้ม ปากแห้ง) น้ำหนักลด หรือกินอะไรไม่ค่อยได้
  • เคยอยู่ในสถานที่ที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดมาก่อน
  • ยาลดไข้เด็กในวัยนี้ ไม่ควรจะหาซื้อมาเอง แต่ควรให้แพทย์จ่ายให้ในปริมาณที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง หากลูกมีไข้

  • ส่าไข้ ในเด็กอายุประมาณ 6 เดือน – 2 ขวบ อาจเป็นส่าไข้ได้ ซึ่งเป็นอาการที่มีผื่นแดงขึ้นตามหน้าและตัว โดยเฉพาะที่คอ แขน ขา และลำตัว ผื่นแดงนี้ไม่ทำให้ลูกคันและจะหายไปเองได้ในระยะเวลาเพียงนานภายใน 2-3 วัน โดยในระหว่างนี้อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยได้เช่นกัน อย่างท้องเสียหรือถ่ายเหลว สิ่งที่ควรพึงระวัง เนื่องจากก่อนการมีผื่นขึ้นลูกจะมีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน จึงต้องระวังอย่าให้ลูกเกิดอาการชัก
  • การชัก ในเด็กอายุประมาณ 6 เดือน – 5 ปี อาจจะเกิดอาการชักจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ หรือการรับวัคซีนในบางชนิด โดยส่วนใหญ่แล้วอาการชักมักเกิดขึ้นจากไข้ที่สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส การป้องกันคือรีบลดไข้ให้เร็วที่สุด แม้การชักจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงใดๆ ต่อร่างกายและสติปัญญา ปกติแล้วการชักจะหายไปเองหลังจาก 3-5 นาที แต่หากชักนานกว่านั้นควรรีบพาลูกไปแพทย์โดยเร็วที่สุด

Ref : nationwidechildrens healthline

และร้านค้าออนไลน์ shopee lazada tiktok

Recommended Articles

%d